หนูเพียงตัวเดียวที่เข้ามาในโกดังในเวลากลางคืน อาจทิ้งมูล ปัสสาวะ และร่องรอยการกัดแทะไว้ ความเสียหายจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่สินค้า แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของพนักงานและชื่อเสียงของโรงงาน
ผลกระทบต่อสุขภาพ
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่าหนูทั่วโลกแพร่โรคได้มากกว่า 35 โรค ทั้งจากการสัมผัสตัว มูล ปัสสาวะ น้ำลาย หรือถูกกัด
ในประเทศไทย โรคที่รู้จักกันดีที่สุดคือโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) กรมควบคุมโรครายงานว่าปี 2565 มีผู้ป่วย 2,053 ราย เสียชีวิต 16 ราย โรงงานที่มีน้ำขังหรือพื้นชื้นในฤดูฝนจึงควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
กรมควบคุมโรคระบุว่า ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้นและมีฤดูฝนยาวนาน สภาพแวดล้อมจึงเอื้อต่อโรคนี้ และผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติสัมผัสน้ำหรือดินชื้นแฉะ นี่คือเหตุผลที่ GMP 420 ของ อย. ข้อ 1.3 กำหนดให้ทางระบายน้ำในโรงงานต้องไม่อุดตันและไม่มีน้ำขัง
หลักการ 3 ประการ: ปิด – ดัก – เก็บ
CDC สรุปหลักการควบคุมหนูไว้ว่า Seal Up, Trap Up และ Clean Up ซึ่งสามารถนำมาใช้ในโรงงานได้อย่างเหมาะสม
-
ปิด (Seal Up) อุดช่องว่างรอบท่อ ประตู และช่องระบายอากาศ เนื่องจากหนูบ้านสามารถลอดผ่านช่องขนาดเท่าเหรียญเล็กได้
-
ดัก (Trap Up) วางกับดักชิดผนัง เนื่องจากหนูมักเคลื่อนที่เลียบผนังมากกว่าพื้นที่โล่ง
-
เก็บ (Clean Up) จัดเก็บเศษอาหาร ปิดถังขยะให้มิดชิด และไม่ปล่อยให้มีสิ่งของรกที่หนูใช้ทำรังได้
หากดักจับเพียงอย่างเดียวโดยไม่ปิดทางเข้า หนูตัวใหม่จะเข้ามาแทนที่อย่างต่อเนื่อง
การวางระบบในโรงงาน
-
แนวรั้วรอบนอก ใช้สถานีเหยื่อ (Bait Station) แบบล็อกได้ ป้องกันคนหรือสัตว์อื่นสัมผัสเหยื่อ
-
ผนังอาคารด้านนอกและประตู เป็นแนวป้องกันชั้นที่สอง
-
ภายในพื้นที่ผลิต ใช้กล่องดักแบบไม่ใช้เหยื่อพิษ เพื่อไม่ให้มีสารเคมีใกล้สินค้า
-
ทุกจุดต้องมีหมายเลขกำกับ มีแผนผัง และมีบันทึกการตรวจทุกครั้ง
ทีม Excel Quality Plus วางผังจุดดักให้เหมาะกับแต่ละโรงงาน พร้อมเก็บข้อมูลทุกจุดเพื่อวิเคราะห์เส้นทางที่หนูเข้ามา และปิดช่องทางเหล่านั้นได้ตรงจุด
บริษัทเลือกใช้น้ำยาเคมีและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมปศุสัตว์ เพื่อความปลอดภัยของพื้นที่ผลิตและพนักงาน


