โรงงานหลายแห่งยังเข้าใจว่าการกำจัดแมลงคือการฉีดพ่นสารเคมีเดือนละครั้ง แต่หากฉีดพ่นแล้วแมลงยังกลับมาอย่างต่อเนื่อง ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่สารเคมี หากอยู่ที่แนวทางการควบคุม
IPM หรือ Integrated Pest Management คือระบบควบคุมสัตว์พาหะแบบบูรณาการ องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA) อธิบายว่า IPM ไม่ใช่วิธีกำจัดแบบใดแบบหนึ่ง แต่เป็นชุดของการประเมิน การตัดสินใจ และการควบคุมที่ทำต่อเนื่องกัน และใช้สารเคมีเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ในประเทศไทย แนวคิดนี้สะท้อนอยู่ในกฎหมายเช่นกัน คู่มือการตรวจ GMP 420 ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ข้อ 1.5 กำหนดให้อาคารผลิตต้องป้องกันสัตว์และแมลงเข้าสู่บริเวณผลิต เช่น ติดมุ้งลวดที่ช่องระบายอากาศ ปิดปลายท่อระบายน้ำด้วยตะแกรง หรือใช้ม่านพลาสติก ซึ่งสอดคล้องกับหลักการป้องกันของ IPM
หัวใจของ IPM มี 4 ขั้น
-
กำหนดเกณฑ์ที่ต้องลงมือ (Action Threshold) การพบแมลงเพียงหนึ่งตัวไม่ได้หมายความว่าต้องดำเนินการทันที แต่ต้องกำหนดระดับที่ยอมรับได้ของแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน
-
สำรวจและระบุชนิดให้ถูก แมลงสาบเยอรมันและแมลงสาบอเมริกันมีแหล่งอาศัยต่างกัน จึงต้องใช้วิธีควบคุมต่างกัน หากระบุชนิดผิด การแก้ไขก็จะคลาดเคลื่อนตามไปด้วย
-
ป้องกันก่อนเกิด ปิดช่องทางเข้า จัดการขยะ และควบคุมความชื้น เพื่อไม่ให้สัตว์พาหะมีแหล่งอาศัยและอาหาร
-
ควบคุมแบบเลือกเป้าหมาย เริ่มจากวิธีที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น กับดัก เหยื่อ หรือการทำความสะอาด หากไม่ได้ผลจึงพิจารณาใช้สารเคมีแบบเจาะจงเป้าหมาย
ประโยชน์ต่อโรงงาน
-
ลดการใช้สารเคมีในพื้นที่ผลิต โดยเฉพาะโรงงานอาหารและบรรจุภัณฑ์
-
มีข้อมูลและบันทึกครบถ้วน พร้อมใช้ประกอบการตรวจประเมิน (Audit)
-
แก้ไขที่ต้นเหตุ ลดโอกาสที่ปัญหาจะเกิดซ้ำ
-
ในระยะยาวช่วยควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าการฉีดพ่นแบบครอบคลุมทั้งพื้นที่
Excel Quality Plus ใช้ IPM เป็นแกนหลักในการดูแลโรงงานกว่า 200 แห่ง การให้บริการแต่ละครั้งจึงครอบคลุมทั้งการสำรวจ การวิเคราะห์ และการวางแผนร่วมกับลูกค้า มิใช่เพียงการฉีดพ่นสารเคมี



